บูรณาการทลายโครงข่ายลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดน เชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจยึดอุปกรณ์จำนวนมาก ขยายผลเส้นทางการเงินกว่า 185 บัญชี

จากการสืบสวนร่วมกันของสำนักงาน กสทช., ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบว่า จุดที่ตรวจค้นมีพฤติการณ์ลักลอบให้บริการส่งสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตข้ามแดนมาตั้งแต่ปี 2565 โดยระบบตรวจสอบของผู้ให้บริการโครงข่ายพบการใช้งานที่ผิดปกติ มีอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อกับหมายเลข IP ดังกล่าวย้อนหลังหนึ่งเดือนมากกว่า 190 เครื่อง และมีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในแต่ละวันสูงผิดปกติ

นอกจากนี้ การตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินยังพบความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารทั้งในประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศอินโดนีเซีย ก่อนมีการโอนเงินต่อเข้าสู่ระบบสกุลเงินดิจิทัล โดยพบความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารอย่างน้อย 185 บัญชี ในจำนวนนี้ 37 บัญชี มีความเกี่ยวข้องกับคดีที่มีการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ และมีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวมกว่า 160 ล้านบาท

ผลการตรวจค้นอาคารพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ตรวจพบตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์กระจายสัญญาณ อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบ และอุปกรณ์ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์ติดตั้งระบบเครือข่ายอีกหลายรายการ ซึ่งได้ตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน

จากการตรวจค้นบ้านพักอีกหนึ่งจุด พบตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบ และสมุดบัญชีธนาคารหลายเล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. มีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  2. ประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง

การปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 2 จุดเป้าหมาย ภายหลังศาลจังหวัดสระแก้วอนุมัติหมายค้นเลขที่ 88/2569 และ 89/2569 เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์โทรคมนาคม ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

จากการสืบสวนร่วมกันของสำนักงาน กสทช., ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบว่า จุดที่ตรวจค้นมีพฤติการณ์ลักลอบให้บริการส่งสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตข้ามแดนมาตั้งแต่ปี 2565 โดยระบบตรวจสอบของผู้ให้บริการโครงข่ายพบการใช้งานที่ผิดปกติ มีอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อกับหมายเลข IP ดังกล่าวย้อนหลังหนึ่งเดือนมากกว่า 190 เครื่อง และมีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในแต่ละวันสูงผิดปกติ

นอกจากนี้ การตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินยังพบความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารทั้งในประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศอินโดนีเซีย ก่อนมีการโอนเงินต่อเข้าสู่ระบบสกุลเงินดิจิทัล โดยพบความเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารอย่างน้อย 185 บัญชี ในจำนวนนี้ 37 บัญชี มีความเกี่ยวข้องกับคดีที่มีการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ และมีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวมกว่า 160 ล้านบาท

ผลการตรวจค้นอาคารพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ตรวจพบตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์กระจายสัญญาณ อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบ และอุปกรณ์ติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์ติดตั้งระบบเครือข่ายอีกหลายรายการ ซึ่งได้ตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน

จากการตรวจค้นบ้านพักอีกหนึ่งจุด พบตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบ และสมุดบัญชีธนาคารหลายเล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. มีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  2. ประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ นโยบายคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า